วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับดูแลผิวหน้า

คงปฏิบัติเสธไม่ได้เลยว่า ผู้หญิงกับความสวยความงามนั้นอยู่คู่กันมานานนับพันปี เอเชีย ยุโรป ตะวันออก จนถึงแอฟฟริกา ไม่ว่าจะเป็นมุมใดของโลกใบนี้ ผู้หญิงมักมีวิธีการดูแลตนเองแตกต่างกันออกไป
เคล็ดลับแรกที่ทาง วี สลิม บิวตี้ สปา คือแนะนำวิธีการดูแลรักษาร่างกาย รูปร่าง ผิวพรรณ ความสวยความงามของตนเองได้อย่างถูกวิธี ให้คุณดูสุขภาพดี สวยจากภายในสู่ภายนอกคือ การดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีเพราะผิวหน้าคือปราการด่านแรกที่เราควรใส่ใจและดูแลอย่างถูกวิธีแต่ส่วนใหญ่เรามักไม่เข้าใจ

เคล็ดลับในการล้างหน้า

ผิวหนังบริเวณใบหน้าถือว่าเป็นบริเวณที่บอบบางและต้องการการดูแลที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ เวลาเราทำความสะอาดใบหน้าจึงควรที่จะระมัดระวังและเบามือเป็นพิเศษ ขณะล้างหน้าให้วนมือเป็นวงกลมไปในทิศทางที่ดึงผิวหน้าขึ้นตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วง อย่าถูแรงเพื่อป้องกันการระคายเคืองและอย่าดึงผิวหน้าลง เพราะอาจทำให้ผิวหย่อนคล้อยในอนาคต

การทาครีมและนวดบำรุงผิวหน้า

ขั้นตอน 1 หลังจากทาครีม ให้วางมือทั้งสองข้างลงบนข้างแก้มอย่างแผ่วเบา ให้ปลายนิ้วอยู่บริเวณใต้ดวงตา ขยับปลายนิ้วเบาๆ ขึ้น-ลงบริเวณใต้ดวงตาจินตนาการว่าคุณกำลังบรรเลงเปียโน วิธีดังกล่าวเป็นการแก้กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต แก้ปัญหารอยหมองคล้ำและถุงใต้ดวงตา ขั้นตอน 2 ทำซ้ำวิธีตามขั้นตอนที่หนึ่ง แต่ทำกับส่วนอื่นของใบหน้า ทั้งแก้ม คาง หน้าผากและขมับ

ขั้นตอน 2 ทำซ้ำวิธีตามขั้นตอนที่หนึ่ง แต่ทำกับส่วนอื่นของใบหน้า ทั้งแก้ม คาง หน้าผากและขมับ

ขั้นตอน 3 จบการนวดหน้าด้วยการนำมือมาผสานไว้ที่ด้านหน้า พร้อมทั้งหลับตา และสูดหายใจเข้าลึก

ขั้นตอน 4 หายใจออก พร้อมทั้งลดระดับมือลง ค่อยๆ ลืมตา


เคล็ดลับประจำวัน
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาว เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบการขับถ่าย เป็นการล้างสารพิษให้กับร่างกาย ให้คุณพร้อมที่จะเริ่มวันใหม่อย่างสดใส

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รางวัลของอดออม

ผู้แต่ง : จันทรี จันทรพันธุ์
ภาพ : พิชญา งามเจริญ
อดออมเป็นเด็กชายคนหนึ่งที่ชอบหยอดกระปุ๊กออมสินทุกวันอยู่มาวันหนึ่่งถึงเทศกาลวิ่งหมูวิบากประจำปี อดออมเลยบอกกับกระปุ๊กลุกหมูออมสินคู่ใจว่า "เราจะลองลงแข็งขันกันดีใหม"อดออมถาม...ปุ๊กลุกจึงตอบว่า "ตัวฉันหนักเกินกว่าที่จะเข้าแข็งขันแล้วล่ะ" อดออมจึงพูดว่า "ไม่หรอกฉันคิดว่าถ้าเราพยายามเต็มที่แล้วเราต้องทำได้แน่" อดออมมั่นใจจ๊ะ
อดออมเป็นเด็กชายที่มีความมานะพยายาม "รู้เก็บ รู้ใช้ ไม่ฟุ้มเฟื่อย" จนได้รับชัยชนะแม้จะประสบกับความยากลำบากในการแข็งขันแต่ทั้งคู่ก็ใช้ความพากเพียรและอดทนอดออมจนสามารถฝันฝ่าอุปสรรคระหว่างทางจนประสบความสำเร็จและได้รับชัยชนะในที่สุดแล้วปุ๊กลุกก็เข้าใจแล้วว่า...เสียงหยอดกระปุ๊กดัง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง นั่นคือ "เสียงแห่งชัยชนะนั่งเอง"...

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วิธีการสร้างภาพต่างๆ ด้วย shotoshop cs5 ค่ะ

1.การสร้างจุดเด่นรูปภาพ
อันดับแรกเราก็ไปเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป กด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer รูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer เสร็จแล้วก็ปลดล็อคที่ Background จากนั้นไปที่แถบเมนู Image แล้วไป Adjutments แล้วไปที่ Desaturate แล้วไปที่เครื่องมือ Magnetic Lasso Tool เลือกตรงส่วนที่จะให้เป็นจุดเด่น แล้วไปที่ Layer Copy แล้วคลิก Delete ก็จะได้จุดเด่นของรูปภาพก็เป็นการเสร็จเรียบร้อยค่ะ

2. Content-Aware
อันดับแรกนะค่ะเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป แล้วไปที่แถบเครื่องมือ Polygonal Lasso Tool ไปที่แถบเมนู Edit แล้วไปที่ Fill ต่อไปก็ไปที่ Content-Aware เลือก Opacity เป็น 95% เป็นอันเสร็จค่ะ

3. การตัดส่วนเกินของรูป
เราก็มาเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูปไปที่แถบเมนู Filter แล้วไปคลิกที่ Liquify ติ๊กที่ Show Mesh เลือกที่เครื่องมือ Forward Warp ดึงให้ส่วนที่ต้องการยุบเข้าไป แล้วกด ก็เสร็จเด้อ (เทคนิคนะค้า) การทำให้รูปกลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด คือ กด Ctrl + Alt จร้า

4. การทำภาพลายเส้น
เลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูปกด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer รูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer ไปที่แถบเมนู Image แล้วคลิกที่ Adjutments แล้วไปคลิกต่อที่ Invert ไปที่เครื่องมือด้านขวา ตรงคำว่า Normal เปลี่ยนเป็น Color Dodge ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิก Blur จากนั้นคลิกที่ Gaussian แล้วคลิกที่ Blur อีกครั้งแล้วก็ไปปรับที่ข้างล่างเป็น 2 แล้ว OK กด Ctrl + Shift + Alt + E ไปที่แถบเครื่องมือ Image ไปคลิกที่ Adjutments เส็จแล้วไปคลิกต่อที่ Theshold แล้วไปปรับเป็น 240 ก็เสร็จแล้วค้า

5. การทำ HDR Toning
ขั้นตอนแรกเด้อเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป ไปที่แถบเครื่องมือ Image คลิกต่อที่ Adjutments แล้วไปคลิกที่ HDR เสร็จแล้วเลือก Toning แล้วก็ไปปรับตั้งค่าตามที่ต้องการแล้วกด OK เสร็จแล้วเด้อ

6. การทำภาพให้เป็นภาพหลอก
อันดับแรกเราก็มาเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูปกด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer รูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer จากนั้นไปที่แถบเครื่องมือ Image แล้วคลิกเลือกที่ Mode แล้วเลือก Lab Color แล้วเลือก Don’t Flatten ไปที่แถบเครื่องมือด้านขวา คลิกตรงคำCHANNELS ไปที่แถบเมนู Image แล้วไปเลือกที่ Adjutments แล้วคลิกที่ Curves ปรับแสงตามต้องการแล้ว กด OK เป็นอันเสร็จแล้วเด้อค้า



7. การทำบาโค๊ด
ขั้นตอนแรกเราไปที่ File แล้วไปคลิกเลือกที่ New ความกว้าง 150 ความสูง 60 เลือก Transparent เทสีขาวบน Layer ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิกที่ Noise คลิกต่อที่ Add Noise เปลี่ยนเป็น 400 ติ๊กที่ Monochromatic แล้ว OK ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิกที่ Blur คลิกต่อที่ Motion Blur บน 90 ล่าง 999 ไปที่แถบเมนู Filter แล้วเลือก Sharpen คลิกเลือกต่อที่ Sharpen Edges เพิ่ม Layer ข้างล่าง ไปที่แถบเครื่องมือ Rectangular Marquee Tool นำมาตีเป็นสี่เหลี่ยมข้างล่างทำเหมือนบาโค๊ดแล้วเทสีขาวลงไปเลยแล้วไปเลือกที่แถบเครื่องมือ Horizontal Type Tool แล้วพิมพ์ตัวเลขใส่ได้เลยแค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะ

8. การทำตาให้โตและใส่ขนตา
เลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป ไปที่แถบเครื่องมือ Brush แล้วไปเลือกที่ Load Brush ไปโหลดเอา Brush ขนตามา ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิกเลือก Liquify ไปที่แถบเครื่องมือด้านขวา คลิกเครื่องมือที่ชื่อว่า Bloat Tool แล้วไปวางที่ลูกตาจะทำให้ตาโตขึ้น แล้ว กด OK ไปที่แถบเครื่องมือ Brush เลือกขนตาที่ต้องการใช้ ก่อนจะใส่ขนตาต้องเพิ่ม Layer ก่อนทุกครั้ง ถ้าจะทำอีกข้างอีก ก็เพิ่ม Layer ขึ้นมาอีก แล้วจึงใส่ขนตาเสร็จแล้วการทำตาให้ดำ ก็ไปที่แถบเครื่องมือ Brush Tool แล้วเลือกแบบวงกลมสีดำแล้วไปวางที่ลูกตา ลูกตาจะเป็นสีดำโต แค่นี้ก็สวยเลิ้ดแล้วค่ะ

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การทำพื้นหลังแบบสร้างมิติแสง เส้นโค้งสวยงาม

ขั้นตอนที่ 1 ให้เราสร้างไฟล์ขึ้นมา 1 ไฟล์แล้วทำการกำหนดขนาดตามที่เราต้องการเสร็จแล้ว คลิก ok

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นไปที่เลือก Gradient tool เสร็จแล้วทำการเลือกสีตามที่เราชอบทำการไล่เฉดสี ปรับเปลี่ยนสีตามที่เราต้องการเราก็จะได้พื้นหลังขึ้นมา




ขั้นตอนที่ 3 เมื่อทำการไล่เฉดเสร็จแล้วให้ทำการสร้าง Layer ใหม่จากนั้นให้การเปลี่ยน Foreground Color เป็นสีขาว แล้วทำการสร้างเส้น Slection วงกลมขึ้นมาแล้วไล่เฉดแบบกึ่งโปร่งใสลงในภายใน Selection นั้น

ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นให้ทำการยกเลิกเส้น Selection จากนั้นให้ทำการบีดเกลียวโดยใช้คำสั่ง Edit --> Transform --> Perspacetive เมื่อทำการดัดได้ดั่งภาพแล้วให้ทำการใช้อุปกรณ์Brush แบบ Eraser (ยางลบ) หัวแบบเบลอ ลบสัดส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งเสีย จนได้




ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นเอาเส้นโปร่งแสงที่เราใช้ Brush แต่งมาเรียงซ้อนกัน โดยการ Copy Layer มาเรียงซ้อนกัน สัก 4 Layer จากนั้นทำการรวม Layer โดยกด Ctrl + e เมื่อทำการรวม Layer แล้วจากนั้นให้ทำการบิดเกลียวโดยใช้ Edit --> Transform -->Perspacetive ไปในทิศทางต่างๆ


ขั้นตอนที่ 5 เมื่อทำการบิดเกลียวเสร็จแล้วจากนั้นก็ทำการให้แสงใน Layer ให้เป็นลักษณะแบบ Overlay เพื่อทำให้ดูนุ่มยิ่งขึ้นและเข้ากับพื้นหลังได้ดี แล้วนำมาซ้อนกันให้ได้มีมิติดั่งใจ จะเกิดมุมมองมิติใหม่ของแสงได้อารมณ์แบบ Art ที่จะสุดยั้งจิตนาการ

ขั้นตอนที่ 6 และขั้นตอนสุดท้ายเราก็ไปคลิกไฟล์ open แล้วเลือกรูปที่เราชอบมา 1 รูปแล้วนำไปวางบนพื้นหลังแล้วจัดภาพตามต้องการเสร็จแล้วไปคลิกเลือกที่ overlay แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ดังรูป







วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

โค้ด php

echo "1.การกำหนดค่าให้กับตัวแปล";
echo "
";
$a=10;
$b=50;

echo "a=". $a;
echo "
";
echo "b=". $b;
echo "
";


//If Then Else
echo "2.เปรียบเทียบระหว่า a กับ b โดยใช้ if ... else..
";

if ($a > $b) {
echo " a มากกว่า b ";
}else{
echo " a น้อยกว่า b ";
}

echo "
";
echo "3. คณิตศาสตร์
";
//a บวก b;
$x=$a+$b;
echo "a+b=".$x;
echo "
";
// a ลบ b;
$x=$a-$b;
echo "a-b=".$x;
echo "
";
//a คูณ b;
$x=$a*$b;
echo "a*b=".$x;
echo "
";
//a หาร b;
$x=$a/$b;
echo "a/b=".$x;
echo "
";
//a หารเอาเศษ b;
$x=$a % $b;
echo "a % b=".$x;
echo "
";
?>



ผลรัน

1.การกำหนดค่าให้กับตัวแปล
a=10
b=50
2.เปรียบเทียบระหว่า a กับ b โดยใช้ if ... else..
a น้อยกว่า b
3. คณิตศาสตร์
a+b=60
a-b=-40
a*b=500
a/b=0.2
a % b=10

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คำศัพท์

VARCHAR คล้ายกับแบบ CHAR(M) แต่สามารถปรับขนาดตามข้อมูลที่เก็บในฟิลด์ได้ ความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYINT สำหรับเก็บข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีขนาด 8 บิต ข้อมูลประเภทนี้เราสามารถกำหนดเพิ่มเติม ในส่วนของ "แอตทริบิวต์" ได้ว่าจะเลือกเป็น UNSIGNED หรือ UNSIGNED ZEROFILL โดยจะมีความแตกต่างดังนี้UNSIGNED : จะหมายถึงเก็บค่าตัวเลขแบบไม่มีเครื่องหมาย แบบนี้จะทำใหสามารถเก็บค่าได้ ตั้งแต่ 0 - 255 UNSIGNED ZEROFILL : เหมือนข้างต้น แต่ว่าหากข้อมูลที่กรอกเข้ามาไม่ครบตามจำนวน หลักที่เรากำหนด ตัว MySQL จะทำการเติม 0 ให้ครบหลักเอง เช่น ถ้ากำหนดให้ใส่ได้ 3 หลัก แล้วทำการเก็บข้อมูล 25 เข้าไป เวลาที่สืบค้นดู เราจะได้ค่าออกมาเป็น 025 หากไม่เลือก "แอ ตทริบิวต์" สิ่งที่เราจะได้ก็คือ SIGNED นั่นก็คือต้องเสียบิตนึงไปเก็บเครื่องหมาย บวก/ลบ ทำ ให้สามารถเก็บข้อมูลได้อยู่ในช่วง -128 ถึง 127 เท่านั้น
TEXT เป็น text ที่ความกว้างเป็นได้สูงสุด 65,535 ตัวอักษร
DATE ขนาดที่เก็บ 3 ไบต์เก็บค่าวันที่ในรูปแบบ YYYY-MM-DDโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 ถึง 9999-12-31
SMALLINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 16 บิต จึงสามารถเก็บค่าได้ตั้งแต่ -32768 ถึง 32767 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 65535 (ในกรณี UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย)ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT
MEDIUMINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 24 บิต นั่นก็หมายความว่าสามารถเก็บ ข้อมูลตัวเลขได้ตั้งแต่ -8388608 ไปจนถึง 8388607 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 16777215(ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ T
INT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 4294967295SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -2147483648 ถึง 2147483647
BIGINT ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 18446744073709551615SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -9223372036854775808 ถึง 9223372036854775807
FLOAT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -3.402823466E+38 ถึง -1.175494351E-38และ 0และ 1.175494351E-38 ถึง 3.402823466E+38
DOUBLE ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -1.7976931348623157E+308 ถึง -2.2250738585072014E-308และ 0และ 2.2250738585072014E-308 ถึง 1.7976931348623157E+308
DECIMAL สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่ใช้กับข้อมูลที่ ต้องการความละเอียดและถูกต้องของข้อมูลสูง ข้อสังเกต เกี่ยวกับข้อมูลประเภท FLOAT, DOUBLE และ DECIMAL ก็คือ เวลากำหนดความ ยาวของข้อมูลในฟิลด์ จะถูกกำหนดอยู่ในรูปแบบ (M,D) ซึ่งหมายความว่า ต้องมีการระบุว่า จะให้มี ตัวเลขส่วนที่เป็นจำนวนเต็มกี่หลัก และมีเลขทศนิยมกี่หลัก เช่น ถ้าเรากำหนดว่า FLOAT(5,2) จะ หมายความว่า เราจะเก็บข้อมูลเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม 5 หลัก และทศนิยม 2 หลัก ดังนั้นหากทำการใส่ ข้อมูล 12345.6789 เข้าไป สิ่งที่จะเข้าไปอยู่ในข้อมูลจริงๆ ก็คือ 12345.68 (ปัดเศษให้มีจำนวนหลัก ตามที่กำหนดไว้)
DATETIME ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าวันที่และเวลาในรูปแบบ YYYY-MM-DD HH:mm:SSโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 00:00:00 ถึง 9999-12-31 23:59:59
TIMESTAMP ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บวันที่และเวลาในรูปแบบ String Timestampm = 14 หรือไม่กำหนด -> YYYYMMDDHHmmSSm = 12 -> YYMMDDHHmmSSm = 10 -> YYMMDDHHmmm = 8 -> YYYYMMDDm = 6 -> YYMMDDm = 4 -> YYMMm = 2 -> YYโดยมีค่าตั้งแต่ 1970-01-01 00:00:00 ถึง 2037
TIME ข้อมูลประเภทเวลา สามารถเป็นได้ตั้งแต่ ‘-838:59:59’ ถึง ‘838:59:59’ แสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS
YEAR ข้อมูลประเภทปี คศ โดยสามารถเลือกว่าจะใช้แบบ 2 หรือ 4 หลักถ้าเป็น 2 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1901 ถึง 2155ถ้าเป็น 4 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1970 ถึง 2069
CHAR เป็นข้อมูลสตริงที่จำกัดความกว้าง ไม่สามารถปรับขนาดได้ ขนาดความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +1 ไบต์ แต่ไม่เกิน 255 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
BLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +2 ไบต์ แต่ไม่เกิน 65535 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
MEDIUMBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +3 ไบต์ แต่ไม่เกิน 16777215 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGTEXT ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
ENUM ขนาดที่เก็บ 1 หรือ 2 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 65535 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
SET ขนาดที่เก็บ 1, 2, 3, 4 หรือ 8 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 64 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
BOOL เป็นชนิดข้อมูลที่เก็บได้เพียง2ค่าเท่านั้น คือ True กับ false
BINARY ระบบเลขที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ 0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) บางครั้งอาจหมายถึงการที่มีโอกาสเลือกได้เพียง 2 ทาง เช่น ปิดกับเปิด, ไม่ใช่กับใช่, เท็จกับจริง, ซ้ายกับขวา เป็นต้น
VARBINARY คือ มีลักษณะการเก็บคล้าย Varcha คือการเก็บข้อมูลตามที่รับมาจริงเท่านั้น มีขนาดสูงสุดมากถึง 8000 ไบต์

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ติดตั้ง appserv-win32-2.5.9

เข้าไปดาวโหลดที่เว็บ kitt.kvc.ac.th แล้วดับเบิ้ลคลิกเข้าไป save ไว้ที่โฟดเดอร์ c:/appserv แล้วดับเบิ้ลคลิกเข้าไปมันจะแสดงคำว่า run แล้วคลิกเข้าไปทำการติดตั้ง โปรแกรมจะแสดงหน้าจอ จะแสดง Welcome to the AppServ 2.5.9 Setup Wizard เป็นข้อความต้อนรับเข้าสู่การติดตั้ง ให้คลิกปุ่ม Next ได้เลย หน้าจอ จะแสดง License Agreement เป็นข้อความแสดงลิขสิทธฺ์ GNU LESSER เมื่อคุณอ่านและเข้าใจลิขสิทธิ์นี้แล้ว ก็คลิกปุ่ม I Agree ได้เลย หน้าจอ จะแสดง Choose Install Location เป็นการเลือกโฟลเดอร์ที่ใช้ในการติดตั้ง Appserv โดยค่าดีฟอลต์จะเลือกติดตั้งไปที่โฟลเดอร์ C:\AppServ เมื่อคุณเลือกโฟลเดอร์ได้แล้ว ก็คลิกปุ่ม Next หน้าจอ จะแสดง Select Component เป็นการเลือกส่วนประกอบของ AppServ ซึ่งมีดังนี้Apache HTTP Server - โปรแกรม Webserver ชื่อดัง ที่จำลองโฮสต์บนเครื่องของเราให้เลือกส่วนประกอบทั้งหมด โดยคลิกถูกหน้าช่องทั้งหมด แล้วคลิกปุ่ม Next หน้าจอ จะแสดง Apache HTTP Server Information เป็นการระบุรายละเอียดของโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache ซึ่งมีดังนี้Server Name - ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ หรือชื่อโฮสต์ ในที่นี้ผมระบุเป็น localhost และ Administrator's Email Address - อีเมลของผู้ดูแลระบบ หรืออีเมลของคุณ ในที่นี้ผมระบบเป็น admin@localhost.com และ HTTP Port - ชื่อพอร์ต เป็นทางออกของข้อมูล โดย Apache จะมีพอร์ตดีฟอลต์คือ 80 เมื่อคุณกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม Next หน้าจอ จะแสดง MySQL Server Configuration เป็นการระบุรายละเอียดของโปรแกรมฐานข้อมูล MySQL ซึ่งมีดังนี้Enter root password -รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ ในที่นี้กำหนดเป็น 1234 และกรอกช่องข้างล่างอีกใช้รหัสเดิมเหมือนกัน และเลือก UTF-8 Unicode เท่านั้น จากนั้นเมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม Install เพื่อติดตั้ง AppServ โปรแกรม AppServ จะทำการติดตั้ง ให้คุณรอจนกว่าจะขึ้นหน้าจอ AppServ 2.5.9 - Completing the AppServ 2.5.9 Setup Wizard ซึ่งแสดงว่าคุณได้ดำเนินการติดตั้ง AppServ เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็คลิกปุ่ม Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง AppServ นะค่ะ
เพื่อตรวจสอบการทำงานว่า ได้ลง AppServ อย่างถูกต้องเรียบร้อย ให้เข้าไปที่ localhost หน้าจอจะแสดง The AppServ Open Project -2.5.9 for windows ซึ่งแสดงว่าคุณได้ลง AppServ อย่างถูกต้องแล้วค่ะ