1.การสร้างจุดเด่นรูปภาพ
อันดับแรกเราก็ไปเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป กด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer รูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer เสร็จแล้วก็ปลดล็อคที่ Background จากนั้นไปที่แถบเมนู Image แล้วไป Adjutments แล้วไปที่ Desaturate แล้วไปที่เครื่องมือ Magnetic Lasso Tool เลือกตรงส่วนที่จะให้เป็นจุดเด่น แล้วไปที่ Layer Copy แล้วคลิก Delete ก็จะได้จุดเด่นของรูปภาพก็เป็นการเสร็จเรียบร้อยค่ะ
2. Content-Aware
อันดับแรกนะค่ะเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป แล้วไปที่แถบเครื่องมือ Polygonal Lasso Tool ไปที่แถบเมนู Edit แล้วไปที่ Fill ต่อไปก็ไปที่ Content-Aware เลือก Opacity เป็น 95% เป็นอันเสร็จค่ะ
3. การตัดส่วนเกินของรูป
เราก็มาเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูปไปที่แถบเมนู Filter แล้วไปคลิกที่ Liquify ติ๊กที่ Show Mesh เลือกที่เครื่องมือ Forward Warp ดึงให้ส่วนที่ต้องการยุบเข้าไป แล้วกด ก็เสร็จเด้อ (เทคนิคนะค้า) การทำให้รูปกลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด คือ กด Ctrl + Alt จร้า
4. การทำภาพลายเส้น
เลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูปกด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer รูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer ไปที่แถบเมนู Image แล้วคลิกที่ Adjutments แล้วไปคลิกต่อที่ Invert ไปที่เครื่องมือด้านขวา ตรงคำว่า Normal เปลี่ยนเป็น Color Dodge ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิก Blur จากนั้นคลิกที่ Gaussian แล้วคลิกที่ Blur อีกครั้งแล้วก็ไปปรับที่ข้างล่างเป็น 2 แล้ว OK กด Ctrl + Shift + Alt + E ไปที่แถบเครื่องมือ Image ไปคลิกที่ Adjutments เส็จแล้วไปคลิกต่อที่ Theshold แล้วไปปรับเป็น 240 ก็เสร็จแล้วค้า
5. การทำ HDR Toning
ขั้นตอนแรกเด้อเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป ไปที่แถบเครื่องมือ Image คลิกต่อที่ Adjutments แล้วไปคลิกที่ HDR เสร็จแล้วเลือก Toning แล้วก็ไปปรับตั้งค่าตามที่ต้องการแล้วกด OK เสร็จแล้วเด้อ
6. การทำภาพให้เป็นภาพหลอก
อันดับแรกเราก็มาเลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูปกด Ctrl + J เพื่อ Copy Layer รูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2 Layer จากนั้นไปที่แถบเครื่องมือ Image แล้วคลิกเลือกที่ Mode แล้วเลือก Lab Color แล้วเลือก Don’t Flatten ไปที่แถบเครื่องมือด้านขวา คลิกตรงคำCHANNELS ไปที่แถบเมนู Image แล้วไปเลือกที่ Adjutments แล้วคลิกที่ Curves ปรับแสงตามต้องการแล้ว กด OK เป็นอันเสร็จแล้วเด้อค้า
7. การทำบาโค๊ด
ขั้นตอนแรกเราไปที่ File แล้วไปคลิกเลือกที่ New ความกว้าง 150 ความสูง 60 เลือก Transparent เทสีขาวบน Layer ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิกที่ Noise คลิกต่อที่ Add Noise เปลี่ยนเป็น 400 ติ๊กที่ Monochromatic แล้ว OK ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิกที่ Blur คลิกต่อที่ Motion Blur บน 90 ล่าง 999 ไปที่แถบเมนู Filter แล้วเลือก Sharpen คลิกเลือกต่อที่ Sharpen Edges เพิ่ม Layer ข้างล่าง ไปที่แถบเครื่องมือ Rectangular Marquee Tool นำมาตีเป็นสี่เหลี่ยมข้างล่างทำเหมือนบาโค๊ดแล้วเทสีขาวลงไปเลยแล้วไปเลือกที่แถบเครื่องมือ Horizontal Type Tool แล้วพิมพ์ตัวเลขใส่ได้เลยแค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะ
8. การทำตาให้โตและใส่ขนตา
เลือกรูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 1 รูป ไปที่แถบเครื่องมือ Brush แล้วไปเลือกที่ Load Brush ไปโหลดเอา Brush ขนตามา ไปที่แถบเมนู Filter แล้วคลิกเลือก Liquify ไปที่แถบเครื่องมือด้านขวา คลิกเครื่องมือที่ชื่อว่า Bloat Tool แล้วไปวางที่ลูกตาจะทำให้ตาโตขึ้น แล้ว กด OK ไปที่แถบเครื่องมือ Brush เลือกขนตาที่ต้องการใช้ ก่อนจะใส่ขนตาต้องเพิ่ม Layer ก่อนทุกครั้ง ถ้าจะทำอีกข้างอีก ก็เพิ่ม Layer ขึ้นมาอีก แล้วจึงใส่ขนตาเสร็จแล้วการทำตาให้ดำ ก็ไปที่แถบเครื่องมือ Brush Tool แล้วเลือกแบบวงกลมสีดำแล้วไปวางที่ลูกตา ลูกตาจะเป็นสีดำโต แค่นี้ก็สวยเลิ้ดแล้วค่ะ
วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553
การทำพื้นหลังแบบสร้างมิติแสง เส้นโค้งสวยงาม
ขั้นตอนที่ 1 ให้เราสร้างไฟล์ขึ้นมา 1 ไฟล์แล้วทำการกำหนดขนาดตามที่เราต้องการเสร็จแล้ว คลิก ok





ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นให้ทำการยกเลิกเส้น Selection จากนั้นให้ทำการบีดเกลียวโดยใช้คำสั่ง Edit --> Transform --> Perspacetive เมื่อทำการดัดได้ดั่งภาพแล้วให้ทำการใช้อุปกรณ์Brush แบบ Eraser (ยางลบ) หัวแบบเบลอ ลบสัดส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งเสีย จนได้



ขั้นตอนที่ 5 เมื่อทำการบิดเกลียวเสร็จแล้วจากนั้นก็ทำการให้แสงใน Layer ให้เป็นลักษณะแบบ Overlay เพื่อทำให้ดูนุ่มยิ่งขึ้นและเข้ากับพื้นหลังได้ดี แล้วนำมาซ้อนกันให้ได้มีมิติดั่งใจ จะเกิดมุมมองมิติใหม่ของแสงได้อารมณ์แบบ Art ที่จะสุดยั้งจิตนาการ
ขั้นตอนที่ 6 และขั้นตอนสุดท้ายเราก็ไปคลิกไฟล์ open แล้วเลือกรูปที่เราชอบมา 1 รูปแล้วนำไปวางบนพื้นหลังแล้วจัดภาพตามต้องการเสร็จแล้วไปคลิกเลือกที่ overlay แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ดังรูป

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นไปที่เลือก Gradient tool เสร็จแล้วทำการเลือกสีตามที่เราชอบทำการไล่เฉดสี ปรับเปลี่ยนสีตามที่เราต้องการเราก็จะได้พื้นหลังขึ้นมา
ขั้นตอนที่ 3 เมื่อทำการไล่เฉดเสร็จแล้วให้ทำการสร้าง Layer ใหม่จากนั้นให้การเปลี่ยน Foreground Color เป็นสีขาว แล้วทำการสร้างเส้น Slection วงกลมขึ้นมาแล้วไล่เฉดแบบกึ่งโปร่งใสลงในภายใน Selection นั้น
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
โค้ด php
echo "1.การกำหนดค่าให้กับตัวแปล";
echo "
";
$a=10;
$b=50;
echo "a=". $a;
echo "
";
echo "b=". $b;
echo "
";
//If Then Else
echo "2.เปรียบเทียบระหว่า a กับ b โดยใช้ if ... else..
";
if ($a > $b) {
echo " a มากกว่า b ";
}else{
echo " a น้อยกว่า b ";
}
echo "
";
echo "3. คณิตศาสตร์
";
//a บวก b;
$x=$a+$b;
echo "a+b=".$x;
echo "
";
// a ลบ b;
$x=$a-$b;
echo "a-b=".$x;
echo "
";
//a คูณ b;
$x=$a*$b;
echo "a*b=".$x;
echo "
";
//a หาร b;
$x=$a/$b;
echo "a/b=".$x;
echo "
";
//a หารเอาเศษ b;
$x=$a % $b;
echo "a % b=".$x;
echo "
";
?>
ผลรัน
1.การกำหนดค่าให้กับตัวแปล
a=10
b=50
2.เปรียบเทียบระหว่า a กับ b โดยใช้ if ... else..
a น้อยกว่า b
3. คณิตศาสตร์
a+b=60
a-b=-40
a*b=500
a/b=0.2
a % b=10
echo "
";
$a=10;
$b=50;
echo "a=". $a;
echo "
";
echo "b=". $b;
echo "
";
//If Then Else
echo "2.เปรียบเทียบระหว่า a กับ b โดยใช้ if ... else..
";
if ($a > $b) {
echo " a มากกว่า b ";
}else{
echo " a น้อยกว่า b ";
}
echo "
";
echo "3. คณิตศาสตร์
";
//a บวก b;
$x=$a+$b;
echo "a+b=".$x;
echo "
";
// a ลบ b;
$x=$a-$b;
echo "a-b=".$x;
echo "
";
//a คูณ b;
$x=$a*$b;
echo "a*b=".$x;
echo "
";
//a หาร b;
$x=$a/$b;
echo "a/b=".$x;
echo "
";
//a หารเอาเศษ b;
$x=$a % $b;
echo "a % b=".$x;
echo "
";
?>
ผลรัน
1.การกำหนดค่าให้กับตัวแปล
a=10
b=50
2.เปรียบเทียบระหว่า a กับ b โดยใช้ if ... else..
a น้อยกว่า b
3. คณิตศาสตร์
a+b=60
a-b=-40
a*b=500
a/b=0.2
a % b=10
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
คำศัพท์
VARCHAR คล้ายกับแบบ CHAR(M) แต่สามารถปรับขนาดตามข้อมูลที่เก็บในฟิลด์ได้ ความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYINT สำหรับเก็บข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีขนาด 8 บิต ข้อมูลประเภทนี้เราสามารถกำหนดเพิ่มเติม ในส่วนของ "แอตทริบิวต์" ได้ว่าจะเลือกเป็น UNSIGNED หรือ UNSIGNED ZEROFILL โดยจะมีความแตกต่างดังนี้UNSIGNED : จะหมายถึงเก็บค่าตัวเลขแบบไม่มีเครื่องหมาย แบบนี้จะทำใหสามารถเก็บค่าได้ ตั้งแต่ 0 - 255 UNSIGNED ZEROFILL : เหมือนข้างต้น แต่ว่าหากข้อมูลที่กรอกเข้ามาไม่ครบตามจำนวน หลักที่เรากำหนด ตัว MySQL จะทำการเติม 0 ให้ครบหลักเอง เช่น ถ้ากำหนดให้ใส่ได้ 3 หลัก แล้วทำการเก็บข้อมูล 25 เข้าไป เวลาที่สืบค้นดู เราจะได้ค่าออกมาเป็น 025 หากไม่เลือก "แอ ตทริบิวต์" สิ่งที่เราจะได้ก็คือ SIGNED นั่นก็คือต้องเสียบิตนึงไปเก็บเครื่องหมาย บวก/ลบ ทำ ให้สามารถเก็บข้อมูลได้อยู่ในช่วง -128 ถึง 127 เท่านั้น
TEXT เป็น text ที่ความกว้างเป็นได้สูงสุด 65,535 ตัวอักษร
DATE ขนาดที่เก็บ 3 ไบต์เก็บค่าวันที่ในรูปแบบ YYYY-MM-DDโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 ถึง 9999-12-31
SMALLINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 16 บิต จึงสามารถเก็บค่าได้ตั้งแต่ -32768 ถึง 32767 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 65535 (ในกรณี UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย)ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT
MEDIUMINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 24 บิต นั่นก็หมายความว่าสามารถเก็บ ข้อมูลตัวเลขได้ตั้งแต่ -8388608 ไปจนถึง 8388607 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 16777215(ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ T
INT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 4294967295SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -2147483648 ถึง 2147483647
BIGINT ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 18446744073709551615SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -9223372036854775808 ถึง 9223372036854775807
FLOAT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -3.402823466E+38 ถึง -1.175494351E-38และ 0และ 1.175494351E-38 ถึง 3.402823466E+38
DOUBLE ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -1.7976931348623157E+308 ถึง -2.2250738585072014E-308และ 0และ 2.2250738585072014E-308 ถึง 1.7976931348623157E+308
DECIMAL สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่ใช้กับข้อมูลที่ ต้องการความละเอียดและถูกต้องของข้อมูลสูง ข้อสังเกต เกี่ยวกับข้อมูลประเภท FLOAT, DOUBLE และ DECIMAL ก็คือ เวลากำหนดความ ยาวของข้อมูลในฟิลด์ จะถูกกำหนดอยู่ในรูปแบบ (M,D) ซึ่งหมายความว่า ต้องมีการระบุว่า จะให้มี ตัวเลขส่วนที่เป็นจำนวนเต็มกี่หลัก และมีเลขทศนิยมกี่หลัก เช่น ถ้าเรากำหนดว่า FLOAT(5,2) จะ หมายความว่า เราจะเก็บข้อมูลเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม 5 หลัก และทศนิยม 2 หลัก ดังนั้นหากทำการใส่ ข้อมูล 12345.6789 เข้าไป สิ่งที่จะเข้าไปอยู่ในข้อมูลจริงๆ ก็คือ 12345.68 (ปัดเศษให้มีจำนวนหลัก ตามที่กำหนดไว้)
DATETIME ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าวันที่และเวลาในรูปแบบ YYYY-MM-DD HH:mm:SSโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 00:00:00 ถึง 9999-12-31 23:59:59
TIMESTAMP ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บวันที่และเวลาในรูปแบบ String Timestampm = 14 หรือไม่กำหนด -> YYYYMMDDHHmmSSm = 12 -> YYMMDDHHmmSSm = 10 -> YYMMDDHHmmm = 8 -> YYYYMMDDm = 6 -> YYMMDDm = 4 -> YYMMm = 2 -> YYโดยมีค่าตั้งแต่ 1970-01-01 00:00:00 ถึง 2037
TIME ข้อมูลประเภทเวลา สามารถเป็นได้ตั้งแต่ ‘-838:59:59’ ถึง ‘838:59:59’ แสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS
YEAR ข้อมูลประเภทปี คศ โดยสามารถเลือกว่าจะใช้แบบ 2 หรือ 4 หลักถ้าเป็น 2 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1901 ถึง 2155ถ้าเป็น 4 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1970 ถึง 2069
CHAR เป็นข้อมูลสตริงที่จำกัดความกว้าง ไม่สามารถปรับขนาดได้ ขนาดความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +1 ไบต์ แต่ไม่เกิน 255 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
BLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +2 ไบต์ แต่ไม่เกิน 65535 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
MEDIUMBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +3 ไบต์ แต่ไม่เกิน 16777215 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGTEXT ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
ENUM ขนาดที่เก็บ 1 หรือ 2 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 65535 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
SET ขนาดที่เก็บ 1, 2, 3, 4 หรือ 8 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 64 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
BOOL เป็นชนิดข้อมูลที่เก็บได้เพียง2ค่าเท่านั้น คือ True กับ false
BINARY ระบบเลขที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ 0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) บางครั้งอาจหมายถึงการที่มีโอกาสเลือกได้เพียง 2 ทาง เช่น ปิดกับเปิด, ไม่ใช่กับใช่, เท็จกับจริง, ซ้ายกับขวา เป็นต้น
VARBINARY คือ มีลักษณะการเก็บคล้าย Varcha คือการเก็บข้อมูลตามที่รับมาจริงเท่านั้น มีขนาดสูงสุดมากถึง 8000 ไบต์
TINYINT สำหรับเก็บข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีขนาด 8 บิต ข้อมูลประเภทนี้เราสามารถกำหนดเพิ่มเติม ในส่วนของ "แอตทริบิวต์" ได้ว่าจะเลือกเป็น UNSIGNED หรือ UNSIGNED ZEROFILL โดยจะมีความแตกต่างดังนี้UNSIGNED : จะหมายถึงเก็บค่าตัวเลขแบบไม่มีเครื่องหมาย แบบนี้จะทำใหสามารถเก็บค่าได้ ตั้งแต่ 0 - 255 UNSIGNED ZEROFILL : เหมือนข้างต้น แต่ว่าหากข้อมูลที่กรอกเข้ามาไม่ครบตามจำนวน หลักที่เรากำหนด ตัว MySQL จะทำการเติม 0 ให้ครบหลักเอง เช่น ถ้ากำหนดให้ใส่ได้ 3 หลัก แล้วทำการเก็บข้อมูล 25 เข้าไป เวลาที่สืบค้นดู เราจะได้ค่าออกมาเป็น 025 หากไม่เลือก "แอ ตทริบิวต์" สิ่งที่เราจะได้ก็คือ SIGNED นั่นก็คือต้องเสียบิตนึงไปเก็บเครื่องหมาย บวก/ลบ ทำ ให้สามารถเก็บข้อมูลได้อยู่ในช่วง -128 ถึง 127 เท่านั้น
TEXT เป็น text ที่ความกว้างเป็นได้สูงสุด 65,535 ตัวอักษร
DATE ขนาดที่เก็บ 3 ไบต์เก็บค่าวันที่ในรูปแบบ YYYY-MM-DDโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 ถึง 9999-12-31
SMALLINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 16 บิต จึงสามารถเก็บค่าได้ตั้งแต่ -32768 ถึง 32767 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 65535 (ในกรณี UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย)ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT
MEDIUMINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 24 บิต นั่นก็หมายความว่าสามารถเก็บ ข้อมูลตัวเลขได้ตั้งแต่ -8388608 ไปจนถึง 8388607 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 16777215(ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ T
INT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 4294967295SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -2147483648 ถึง 2147483647
BIGINT ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 18446744073709551615SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -9223372036854775808 ถึง 9223372036854775807
FLOAT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -3.402823466E+38 ถึง -1.175494351E-38และ 0และ 1.175494351E-38 ถึง 3.402823466E+38
DOUBLE ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -1.7976931348623157E+308 ถึง -2.2250738585072014E-308และ 0และ 2.2250738585072014E-308 ถึง 1.7976931348623157E+308
DECIMAL สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่ใช้กับข้อมูลที่ ต้องการความละเอียดและถูกต้องของข้อมูลสูง ข้อสังเกต เกี่ยวกับข้อมูลประเภท FLOAT, DOUBLE และ DECIMAL ก็คือ เวลากำหนดความ ยาวของข้อมูลในฟิลด์ จะถูกกำหนดอยู่ในรูปแบบ (M,D) ซึ่งหมายความว่า ต้องมีการระบุว่า จะให้มี ตัวเลขส่วนที่เป็นจำนวนเต็มกี่หลัก และมีเลขทศนิยมกี่หลัก เช่น ถ้าเรากำหนดว่า FLOAT(5,2) จะ หมายความว่า เราจะเก็บข้อมูลเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม 5 หลัก และทศนิยม 2 หลัก ดังนั้นหากทำการใส่ ข้อมูล 12345.6789 เข้าไป สิ่งที่จะเข้าไปอยู่ในข้อมูลจริงๆ ก็คือ 12345.68 (ปัดเศษให้มีจำนวนหลัก ตามที่กำหนดไว้)
DATETIME ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าวันที่และเวลาในรูปแบบ YYYY-MM-DD HH:mm:SSโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 00:00:00 ถึง 9999-12-31 23:59:59
TIMESTAMP ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บวันที่และเวลาในรูปแบบ String Timestampm = 14 หรือไม่กำหนด -> YYYYMMDDHHmmSSm = 12 -> YYMMDDHHmmSSm = 10 -> YYMMDDHHmmm = 8 -> YYYYMMDDm = 6 -> YYMMDDm = 4 -> YYMMm = 2 -> YYโดยมีค่าตั้งแต่ 1970-01-01 00:00:00 ถึง 2037
TIME ข้อมูลประเภทเวลา สามารถเป็นได้ตั้งแต่ ‘-838:59:59’ ถึง ‘838:59:59’ แสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS
YEAR ข้อมูลประเภทปี คศ โดยสามารถเลือกว่าจะใช้แบบ 2 หรือ 4 หลักถ้าเป็น 2 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1901 ถึง 2155ถ้าเป็น 4 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1970 ถึง 2069
CHAR เป็นข้อมูลสตริงที่จำกัดความกว้าง ไม่สามารถปรับขนาดได้ ขนาดความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +1 ไบต์ แต่ไม่เกิน 255 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
BLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +2 ไบต์ แต่ไม่เกิน 65535 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
MEDIUMBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +3 ไบต์ แต่ไม่เกิน 16777215 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGTEXT ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
ENUM ขนาดที่เก็บ 1 หรือ 2 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 65535 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
SET ขนาดที่เก็บ 1, 2, 3, 4 หรือ 8 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 64 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
BOOL เป็นชนิดข้อมูลที่เก็บได้เพียง2ค่าเท่านั้น คือ True กับ false
BINARY ระบบเลขที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ 0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) บางครั้งอาจหมายถึงการที่มีโอกาสเลือกได้เพียง 2 ทาง เช่น ปิดกับเปิด, ไม่ใช่กับใช่, เท็จกับจริง, ซ้ายกับขวา เป็นต้น
VARBINARY คือ มีลักษณะการเก็บคล้าย Varcha คือการเก็บข้อมูลตามที่รับมาจริงเท่านั้น มีขนาดสูงสุดมากถึง 8000 ไบต์
วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ติดตั้ง appserv-win32-2.5.9
เข้าไปดาวโหลดที่เว็บ kitt.kvc.ac.th แล้วดับเบิ้ลคลิกเข้าไป save ไว้ที่โฟดเดอร์ c:/appserv แล้วดับเบิ้ลคลิกเข้าไปมันจะแสดงคำว่า run แล้วคลิกเข้าไปทำการติดตั้ง โปรแกรมจะแสดงหน้าจอ จะแสดง Welcome to the AppServ 2.5.9 Setup Wizard เป็นข้อความต้อนรับเข้าสู่การติดตั้ง ให้คลิกปุ่ม Next ได้เลย หน้าจอ จะแสดง License Agreement เป็นข้อความแสดงลิขสิทธฺ์ GNU LESSER เมื่อคุณอ่านและเข้าใจลิขสิทธิ์นี้แล้ว ก็คลิกปุ่ม I Agree ได้เลย หน้าจอ จะแสดง Choose Install Location เป็นการเลือกโฟลเดอร์ที่ใช้ในการติดตั้ง Appserv โดยค่าดีฟอลต์จะเลือกติดตั้งไปที่โฟลเดอร์ C:\AppServ เมื่อคุณเลือกโฟลเดอร์ได้แล้ว ก็คลิกปุ่ม Next หน้าจอ จะแสดง Select Component เป็นการเลือกส่วนประกอบของ AppServ ซึ่งมีดังนี้Apache HTTP Server - โปรแกรม Webserver ชื่อดัง ที่จำลองโฮสต์บนเครื่องของเราให้เลือกส่วนประกอบทั้งหมด โดยคลิกถูกหน้าช่องทั้งหมด แล้วคลิกปุ่ม Next หน้าจอ จะแสดง Apache HTTP Server Information เป็นการระบุรายละเอียดของโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache ซึ่งมีดังนี้Server Name - ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ หรือชื่อโฮสต์ ในที่นี้ผมระบุเป็น localhost และ Administrator's Email Address - อีเมลของผู้ดูแลระบบ หรืออีเมลของคุณ ในที่นี้ผมระบบเป็น admin@localhost.com และ HTTP Port - ชื่อพอร์ต เป็นทางออกของข้อมูล โดย Apache จะมีพอร์ตดีฟอลต์คือ 80 เมื่อคุณกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม Next หน้าจอ จะแสดง MySQL Server Configuration เป็นการระบุรายละเอียดของโปรแกรมฐานข้อมูล MySQL ซึ่งมีดังนี้Enter root password -รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ ในที่นี้กำหนดเป็น 1234 และกรอกช่องข้างล่างอีกใช้รหัสเดิมเหมือนกัน และเลือก UTF-8 Unicode เท่านั้น จากนั้นเมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม Install เพื่อติดตั้ง AppServ โปรแกรม AppServ จะทำการติดตั้ง ให้คุณรอจนกว่าจะขึ้นหน้าจอ AppServ 2.5.9 - Completing the AppServ 2.5.9 Setup Wizard ซึ่งแสดงว่าคุณได้ดำเนินการติดตั้ง AppServ เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็คลิกปุ่ม Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง AppServ นะค่ะ
เพื่อตรวจสอบการทำงานว่า ได้ลง AppServ อย่างถูกต้องเรียบร้อย ให้เข้าไปที่ localhost หน้าจอจะแสดง The AppServ Open Project -2.5.9 for windows ซึ่งแสดงว่าคุณได้ลง AppServ อย่างถูกต้องแล้วค่ะ
เพื่อตรวจสอบการทำงานว่า ได้ลง AppServ อย่างถูกต้องเรียบร้อย ให้เข้าไปที่ localhost หน้าจอจะแสดง The AppServ Open Project -2.5.9 for windows ซึ่งแสดงว่าคุณได้ลง AppServ อย่างถูกต้องแล้วค่ะ
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ความหมายของคำศัพท์
database
ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งถูกนำมาใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น ด้านทะเบียนนักศึกษา จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลังเป็นข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอย่างมีระบบเพื่อประโยชน์ในการจัดการและ การเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
DBMS (data base management system)
หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการฐานข้อมูล ช่วยในการสร้างฐานข้อมูล เพิ่มข้อมูล ลบข้อมูล เรียกใช้ข้อมูล และปรับปรุงฐานข้อมูล
Database Administrators : DBAs
ของซอฟแวร์DBAs ฐานข้อมูลผู้ดูแล DBAs
Database Development
หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อจะได้นำไปเก็บรักษา เรียกใช้หรือนำมาปรับปรุงให้ทันสมัยได้ง่าย ทั้งนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญด้วย
Data Definition Language : DDL
ภาษาที่ใช้สำหรับนิยามข้อมูล
Data Interrogation
การสืบค้นข้อมูล ความสามารถในการสืบค้นฐานข้อมูลเป็นผลประโยชน์หลักของระบบจัดการฐานข้อมูล ผู้ใช้สามารถใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลสำหรับการขอสารสนเทศจากฐานข้อมูล โดยการใช้ภาษาสอบถาม (Query Language) หรือตัวสร้างรายงาน (Report Generator) ซึ่งทำให้สามารถรับคำตอบทันทีในรูปแบบของการแสดงทางจอภาพหรือรายงาน
Graphical and Natural Queries
กราฟิกและธรรมชาติการค้นหาผู้ใช้ ( และผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ) หลายรายลำบากที่จะแก้ไขวลีของ SQL และคำถามภาษาฐานข้อมูลอื่นๆ ดังนั้นโปรแกรมสำเร็จรูปฐานข้อมูลส่วนใหญ่จึงเสนอวิธีการชี้และคลิกส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ (Graphical User Interface : GUI) ซึ่งง่ายต่อการใช้และใช้ซอฟต์แวร์แปลให้เป็นคำสั่ง SQL หรือโปรแกรมสำเร็จรูปอื่นที่อาจใช้ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ที่คล้ายกับการสนทนาภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ
Application Development
หมายถึง วงจรการพัฒนาระบบ ให้มีขั้นตอนการทำงานที่รวบรัดมากขึ้น มีการเลือกเครื่องมือ (Tools) และเทคนิค (Techniques) ต่างๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจนั้น ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
Data Manipulation Language : DML
คือ ภาษาจัดการข้อมูล ภาษาที่ใช้สำหรับจัดการข้อมูลภายในฐานข้อมูล ได้แก่การเรียกค้น เพิ่ม ลบ และปรับปรุงฐานข้อมูล
Subject Area Database : SADB
หมายถึง ฐานข้อมูลซับเจ็กแอเรีย
Analytical Database
หมายถึง ฐานข้อมูลวิเคราะห์ เก็บข้อมูลและสารสนเทศที่ดึงมาจากฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการและฐานข้อมูลภายนอก ประกอบด้วยข้อมูลสรุปและสารสนเทศที่จำเป็นต่อผู้จัดการองค์กรและผู้ใช้
Multidimensional Database
หมายถึง ระบบฐานข้อมูลหลายมิติ
Data Warehouses
หมายถึง ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์กรหรือหน่วยงานหนึ่งๆ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูล
จากฐานข้อมูลระบบงานประจำวัน
Distributed Databases
หมายถึง ระบบฐานข้อมูลแบบกระจายนี้จะมีการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ กระจายอยู่ตามไซต์ (Site) หรือสาขาต่างๆ ขององค์กร ลักษณะเช่นนี้จะมีความเหมาะสมมากกับธุรกิจธนาคารหรือธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา
End User Databases
หมายถึง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คนอื่นสร้างหรือเขียนไว้แล้วมาใช้ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งถูกนำมาใช้ในงานด้านต่างๆ
Field
เขตข้อมูล หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่ประกอบขึ้นจากตัวอักขระตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปมารวมกันแล้วได้ความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ชื่อ ที่อยู่ เป็นต้น
Record
ระเบียน หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนเอาเขตข้อมูลหลาย ๆ เขตข้อมูลมารวมกัน เพื่อเกิดเป็นข้อมูลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ข้อมูลของนักศึกษา 1 ระเบียน (1 คน) จะประกอบด้วย
Table
หมายถึง กลุ่มของข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกันหรือมีความสัมพันธ์กัน และถูกรวบรวมเป็นเรื่องราวเดียวกัน ถูกจัดมารวมอยู่ในที่เดียวกันอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ง่ายต่อการค้นหา เข้าใจและนำไปใช้งาน
Entity
หมายถึง ชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้แก่ คน สถานที่ สิ่งของ การกระทำ ซึ่งต้องการจัดก็บข้อมูลไว้ เช่น
เอนทิตี้ลูกค้า เอนทิตี้พนักงาน
InfraStucture Management
หมายถึง การจัดการโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่าย การพัฒนาโครงสร้างที่เอื้ออำนวยให้เกิด
ความเจริญเติบโตต่างๆ ทั้งในด้านนโยบายและด้านกายภาพ เช่น ในด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งถูกนำมาใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น ด้านทะเบียนนักศึกษา จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลังเป็นข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอย่างมีระบบเพื่อประโยชน์ในการจัดการและ การเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
DBMS (data base management system)
หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการฐานข้อมูล ช่วยในการสร้างฐานข้อมูล เพิ่มข้อมูล ลบข้อมูล เรียกใช้ข้อมูล และปรับปรุงฐานข้อมูล
Database Administrators : DBAs
ของซอฟแวร์DBAs ฐานข้อมูลผู้ดูแล DBAs
Database Development
หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อจะได้นำไปเก็บรักษา เรียกใช้หรือนำมาปรับปรุงให้ทันสมัยได้ง่าย ทั้งนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญด้วย
Data Definition Language : DDL
ภาษาที่ใช้สำหรับนิยามข้อมูล
Data Interrogation
การสืบค้นข้อมูล ความสามารถในการสืบค้นฐานข้อมูลเป็นผลประโยชน์หลักของระบบจัดการฐานข้อมูล ผู้ใช้สามารถใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลสำหรับการขอสารสนเทศจากฐานข้อมูล โดยการใช้ภาษาสอบถาม (Query Language) หรือตัวสร้างรายงาน (Report Generator) ซึ่งทำให้สามารถรับคำตอบทันทีในรูปแบบของการแสดงทางจอภาพหรือรายงาน
Graphical and Natural Queries
กราฟิกและธรรมชาติการค้นหาผู้ใช้ ( และผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ) หลายรายลำบากที่จะแก้ไขวลีของ SQL และคำถามภาษาฐานข้อมูลอื่นๆ ดังนั้นโปรแกรมสำเร็จรูปฐานข้อมูลส่วนใหญ่จึงเสนอวิธีการชี้และคลิกส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ (Graphical User Interface : GUI) ซึ่งง่ายต่อการใช้และใช้ซอฟต์แวร์แปลให้เป็นคำสั่ง SQL หรือโปรแกรมสำเร็จรูปอื่นที่อาจใช้ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ที่คล้ายกับการสนทนาภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ
Application Development
หมายถึง วงจรการพัฒนาระบบ ให้มีขั้นตอนการทำงานที่รวบรัดมากขึ้น มีการเลือกเครื่องมือ (Tools) และเทคนิค (Techniques) ต่างๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจนั้น ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
Data Manipulation Language : DML
คือ ภาษาจัดการข้อมูล ภาษาที่ใช้สำหรับจัดการข้อมูลภายในฐานข้อมูล ได้แก่การเรียกค้น เพิ่ม ลบ และปรับปรุงฐานข้อมูล
Subject Area Database : SADB
หมายถึง ฐานข้อมูลซับเจ็กแอเรีย
Analytical Database
หมายถึง ฐานข้อมูลวิเคราะห์ เก็บข้อมูลและสารสนเทศที่ดึงมาจากฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการและฐานข้อมูลภายนอก ประกอบด้วยข้อมูลสรุปและสารสนเทศที่จำเป็นต่อผู้จัดการองค์กรและผู้ใช้
Multidimensional Database
หมายถึง ระบบฐานข้อมูลหลายมิติ
Data Warehouses
หมายถึง ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์กรหรือหน่วยงานหนึ่งๆ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูล
จากฐานข้อมูลระบบงานประจำวัน
Distributed Databases
หมายถึง ระบบฐานข้อมูลแบบกระจายนี้จะมีการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ กระจายอยู่ตามไซต์ (Site) หรือสาขาต่างๆ ขององค์กร ลักษณะเช่นนี้จะมีความเหมาะสมมากกับธุรกิจธนาคารหรือธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา
End User Databases
หมายถึง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คนอื่นสร้างหรือเขียนไว้แล้วมาใช้ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งถูกนำมาใช้ในงานด้านต่างๆ
Field
เขตข้อมูล หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่ประกอบขึ้นจากตัวอักขระตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปมารวมกันแล้วได้ความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ชื่อ ที่อยู่ เป็นต้น
Record
ระเบียน หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนเอาเขตข้อมูลหลาย ๆ เขตข้อมูลมารวมกัน เพื่อเกิดเป็นข้อมูลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ข้อมูลของนักศึกษา 1 ระเบียน (1 คน) จะประกอบด้วย
Table
หมายถึง กลุ่มของข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกันหรือมีความสัมพันธ์กัน และถูกรวบรวมเป็นเรื่องราวเดียวกัน ถูกจัดมารวมอยู่ในที่เดียวกันอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ง่ายต่อการค้นหา เข้าใจและนำไปใช้งาน
Entity
หมายถึง ชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้แก่ คน สถานที่ สิ่งของ การกระทำ ซึ่งต้องการจัดก็บข้อมูลไว้ เช่น
เอนทิตี้ลูกค้า เอนทิตี้พนักงาน
InfraStucture Management
หมายถึง การจัดการโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่าย การพัฒนาโครงสร้างที่เอื้ออำนวยให้เกิด
ความเจริญเติบโตต่างๆ ทั้งในด้านนโยบายและด้านกายภาพ เช่น ในด้านทรัพย์สินทางปัญญา
วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552
คำศัพท์
1. communication คอมยูนิเคชั่น ติดต่อ
2.standard สแตนดาด มาตรฐาน
2.standard สแตนดาด มาตรฐาน
3.avoid ดีวิส หลีกเลี่ยง
4.confusion คอนเวชชั่น ความสับสน
5.contain คอนเทน ประกอบด้วย
6.simple ซิมเปล ง่ายๆ
7.paht พาท เส้นทาง
8.track เทค ติดตาม
9.operating โอเปอเรติ้ง การปฏิบัติ
10.Introduction อินโทรดักชั่น แนะนำ
11.information อินฟอเมชัน ข้อมูล
10.Introduction อินโทรดักชั่น แนะนำ
11.information อินฟอเมชัน ข้อมูล
12.power พาวเวอร์ พลัง
13.exemple เอ็กแซมเปิล ตัวอย่าง
14.player เพลเยอร์ เครื่องเล่น
15.digital camera ดิจิตอลแคเมร่า กล้องดิจิตอล
16.port พอร์ต พอร์ต
17.data ดาต้า ข้อมูล
18.anymore แอนนี่โม อีกต่อไป
19.electronic อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์
20.pictures พิกเจอร์ รูปภาพ
21.network เน็ตเวอร์ เครือข่าย
22.System ซิสเติม ระบบ
23.Speed สปีด ความเร็ว
21.network เน็ตเวอร์ เครือข่าย
22.System ซิสเติม ระบบ
23.Speed สปีด ความเร็ว
24.Components เคิมโพเนินท์ ส่วนประกอบ
25.speakers สปีกเกอร์ ลำโพง
26.momery แม็มโมรี่ หน่วยความจำ
27.Processor พรอซเซซเซอร์ เครื่องประมวลผล
26.momery แม็มโมรี่ หน่วยความจำ
27.Processor พรอซเซซเซอร์ เครื่องประมวลผล
28.Faster เฟสเธอ เร็วขึ้น
29. Port พอร์ต ช่องทาง
29. Port พอร์ต ช่องทาง
30. Error เอเรอร์ ผิดพลาด
31. Settings เซททิง การตั้งค่า
32. Network เนคเวิร์ค เครือข่าย
33.Basic เบสิค ขั้นพื้นฐาน
34. Updating อัพเดท ปรับปรุงเพื่อให้ทันสมัย
35.Introduction อินโทรดักชั่น การแนะนำ
36.advance แอดวาน ขั้นสูง
37.introbuced อินทโระดยูซ แนะนำ
32. Network เนคเวิร์ค เครือข่าย
33.Basic เบสิค ขั้นพื้นฐาน
34. Updating อัพเดท ปรับปรุงเพื่อให้ทันสมัย
35.Introduction อินโทรดักชั่น การแนะนำ
36.advance แอดวาน ขั้นสูง
37.introbuced อินทโระดยูซ แนะนำ
38. account แอ็คเค้า มากกว่า
39.manufacturers แมนูแฟคเซอะ ผู้ผลิต
39.manufacturers แมนูแฟคเซอะ ผู้ผลิต
40. regulates เลกอิวเลท วางระเบียบ
41. provides พโระไฝด เตรียมการ
42.fixed ฟิคซท ไม่เคลื่อนไหว
43.specializes ซเพฌแอะไลส มีความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษ
44.certein เซอทิน แน่ใจ
45.communication คอมยูนิเคชั่น ติดต่อ
46. essentially เอ็ซเซนแฌ็ลลิ จุดสำคัญ
47. screen ซครีน ป้องกัน
48. devices ดีวิส อุปกรณ์
49. orainal ออริจินัล ต้นฉบับ
50. transmission ทเร็นซมีซชั่น สื่อสาร
47. screen ซครีน ป้องกัน
48. devices ดีวิส อุปกรณ์
49. orainal ออริจินัล ต้นฉบับ
50. transmission ทเร็นซมีซชั่น สื่อสาร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
